บทที่ 5 ปฐมบท 2 หลิ่งหลิน2
เปลวเพลิงสีแดงเผาผลาญลุกโชนโหมกระพือรุนแรงจนสีแสบตานั้นส่องสว่างไปถึงฟากฟ้า
คนบ้านเรือนใกล้เคียงพลันแตกตื่นเบิกตามอง กระนั้นกลับมิอาจดับไฟได้โดยง่าย
ครั้นเมื่อรุ่งอรุณมาเยือน ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าถ่าน ถึงได้พบศพของเหวินอี้ถูกเผาไฟพร้อมเรือนที่มอดไหม้นั้น
แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงที่รักใคร่สามัคคีกันหนักหนา
ถึงขั้นเป็นลมล้มทั้งยืน ครั้นตื่นขึ้นมากลับไม่ใยดีกันเสียแล้ว พวงนางต่างยื้อแย่งสิ่งของที่พอมีค่าซึ่งหลงเหลืออยู่น้อยนิดจากกองเพลิงในเรือนอย่างบ้าคลั่ง
นั่นคือศพแรกของหรงเอ๋อร์
หญิงสาวมิได้ชมชอบการฆ่า เพียงแต่ชะตาชีวิตนี้ นางอาจเกิดมาและต้องอยู่รอดให้ได้ด้วยการฆ่าก็เท่านั้น
หลังจากหนีเตลิดออกมาไกลจากหมู่บ้านจินซาน หรงเอ๋อร์ระหกระเหินอย่างไม่ทราบทิศทางอยู่นาน จนกระทั่งหลงเข้ามาในถ้ำแห่งหนึ่งแล้วหาทางออกไม่เจอ แต่ที่นี่นางได้เจอกับสาวงามนามหลิ่งม่อ
อันที่จริงเรียกสาวงามอย่างเดียวคงไม่ถูกต้องนัก ต้องเรียกว่านางมารชาดแดงขาดสติจิตวิปริตวิปลาสต่างหาก เพราะหลิ่งม่อชอบแต่งหน้าทาชาด รูปลักษณ์คือชุดแดง ปากแดง รักสวยรักงามยิ่ง แต่ทุกทิศที่กรีดกรายย่างผ่านกลับโหดร้ายดุจมารปีศาจ
นางมักจะหาเรื่องฆ่าคนอย่างบ้าระห่ำมีเหตุผลบ้างไร้เหตุผลบ้างตามอารมณ์ ทั้งเลี้ยงสมุนมารไว้เยอะมาก ยังปกครองหุบเขาปีศาจ
ถูกขนานนามว่าจักรพรรดินีหลงซาน
นับว่าโชคดีที่หลิ่งม่อถูกชะตากับหรงเอ๋อร์มาก ถึงขั้นรับเป็นศิษย์รัก และตั้งชื่อใหม่ให้ว่า หลิ่งหลิน
และเพื่อความอยู่รอด หลิ่งหลินจึงต้องฝึกวิชาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อ ‘ฆ่า’ ตามคำสั่ง
สิบปีนับแต่นั้น หลิ่งหลินจึงเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งติดตามหลิ่งม่อทุกเส้นทางโลหิต
เป็นมือสังหารคนสนิทของจักรพรรดิมารหลงซาน
ไม่มีใครไม่รู้จักนักฆ่าฝีมือพระกาฬนามหลิ่งหลิน
กระทั่งหนึ่งปีก่อน
ตอนนั้นเป็นฤดูเหมันต์ หลิ่งม่อฝึกวิชาต้องห้ามในตำนานหมายอยู่ยงคงกระพัน
หวังเป็นอัมตะเยาว์วัยและไร้เทียมทานตลอดกาล แต่กลับถูกธาตุไฟเข้าแทรกจากการกินยามารเพิ่มพลังยุทธทางลัด
แต่ผลของมันมิเป็นดังหมาย กลับดีกลายเป็นร้าย ทำให้ชีพจรสะดุดและสับสนจนสูญเสียการควบคุมตัวตน
ขณะที่พิษเย็นแล่นลาม เลือดลมกลับสูบฉีดรุนแรงทะลักทลายออกเจ็ดทวาร หลิ่งม่อก็ได้รู้ตัวแล้วว่าตนไม่รอด
ก่อนที่ธาตุไฟจะแตกซ่านจนร่างระเบิดแหลกลาญ หลิ่งม่อจึงยกสำนักไพรีพิฆาตให้หลิ่งหลินปกครองนับแต่นั้น
ปฐมบท 3 สลับวิญญาณ
โลกความจริงโหดร้ายเสมอ ต่อให้เก่งกาจปานใด กลับยังมีคนที่สามารถบงการชีวิตของเจ้าได้มิหยุดหย่อน
ดังนั้นเมื่อเจอคนชั่ว เจ้าต้องโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งกว่า และหากปรารถนาครองใต้หล้าต้องตามหาเดรัจฉานสยบฟ้า
ยังต้องเลี้ยงดูสัตว์เทพ โปรดปรานอสูร เอ็นดูปีศาจ สืบสานอสรพิษแห่งตำนาน สำเร็จวิชามาร บงการจักรพรรดิ
เดรัจฉานสยบฟ้า สัตว์เทพ อสูร และปีศาจ อาจมิได้มาครองโดยง่าย ทว่าอสรพิษและวิชามาร ศาสตราปีศาจ ย่อมไม่ยากเย็นอันใด
เพื่อสุดยอดสรรพวิชาอันไร้เทียมทาน หลิ่งหลินจำต้องเสียสละความสุขส่วนตัวทั้งหมดที่มีในชีวิตฝึกฝนตนในถ้ำผนึกมารแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในจุดเร้นลับที่สุดและลึกที่สุด อยู่ในจุดของหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
วิชามารที่ฝึกฝนนั้นกึ่งบำเพ็ญตบะตามตำราบรรพการอันหายากยิ่ง และใต้หล้านี้เกรงว่าคงมีเพียงหลิ่งหลินที่ร่างกายมีพลังปราณแข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น ถึงจะฝึกได้สำเร็จ
ทว่าสุดท้าย ความพากเพียรอันยาวนานหลายราตรี กินเวลากว่านับพันหมื่นวันกลับสูญเปล่า เมื่อจู่ๆ หลิ่งหลินพลันเกิดธาตุไฟเข้าแทรก บัดซบ!
หญิงสาวกระอักเลือดออกมา ดวงตาเบิกโพลง
นางไม่อยากเชื่อ
ทุกระดับขั้นที่ฝึกฝนตั้งแต่ต้น ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะเกิดความผิดพลาดเช่นนี้
หลิ่งหลินมั่นใจมาก เป็นไปมิได้เด็ดขาด ไม่ว่าจะคิดหรือคำนวณอย่างไร นางไม่มีทางผิดพลาด
เสี้ยวเวลาที่กำลังคิดนั้น ทั่วทั้งร่างรู้สึกถึงไอเย็นจัดเหมือนมีเกล็ดน้ำแข็งค้างแล่นลามไปตามกระแสเลือด
เย็นเยือกจนขยับเขยื้อนตัวมิได้
อั่ก! นางสำลักโลหิตออกมา
เลือดอุ่นจัดสีแดงขุ่นคลั่กเจิ่งนองพื้นถ้ำที่เย็นเยียบ จังหวะนั้นหยดเลือดพลันเกิดควันจางกลุ่มหนึ่งแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
ชัดเจนแล้วว่าตนมิใช่แค่ธาตุไฟเข้าแทรก แต่กำลังถูกพิษจนเลือดในกายคล้ายกลายเป็นกรด
ใครกัน?
ชั่วเสี้ยวอึดใจนั้น คำถามห้วนสั้นเพียงชั่วแล่นคล้ายได้รับคำตอบทั้งหมด เป็นคำตอบเกินคาดฝัน เมื่อสตรีผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า
นางเผยโฉมอันคุ้นตาท่ามกลางม่านพลังที่ก่อเกิดจากการฝึกวิชาขั้นสุดยอด
เจียเย่
สมุนคนสนิทข้างกายหลิ่งหลิน
เจียเย่มาพร้อมลูกแก้วตาทิพย์ในมือซึ่งถือมาวางลงตรงพื้นถ้ำที่เบื้องหน้าหลิ่งหลิน
ภาพที่ปรากฏในนั้นคือบนเตียงของห้องนอนหรูหราในเรือนแห่งหนึ่ง
บนเตียงสลักลวดลายร้อยบุปผานั้นมีเงาร่างสองสายกำลังกอดกระหวัดรัดรึงกันด้วยลีลารักร้อนอันถึงอกถึงใจ
ฝ่ายชายคือเขา หลิ่งเฮ่อ สามีของหลิ่งหลิน
ส่วนฝ่ายหญิงคือศิษย์ผู้น้องของสามี อี้เชี่ยน
น่ะ นี่มันอะไรกัน?
หลิ่งหลินถามทั้งน้ำตา
มิใช่เสียใจ แต่นางกำลังเจ็บปวดไปทั่วลำไส้ ตับ ม้าม และปอด เนื่องจากพิษร้ายกำลังแล่นลามไปทั่วร่างกาย
ช่างน่าแปลกที่มันไม่จู่โจมหัวใจ
อั่ก! หลิ่งหลินสำลักโลหิตอีกระลอก
